ความแตกต่างของตำรวจไทยกับตำรวจอเมริกาคืออะไร

ระบบตำรวจของแต่ละประเทศย่อมมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายๆ ประการที่จะทำให้การดำเนินงานในองค์กรนั้นๆ เป็นอย่างไร สำหรับประเทศไทยก็มีรูปแบบการดำเนินงานเกี่ยวกับตำรวจแบบหนึ่ง ขณะที่สหรัฐฯ ก็มีรูปแบบการดำเนินงานด้านตำรวจอีกรูปแบบหนึ่ง ลองมาดูความแตกต่างระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจอเมริกาว่ามีจุดไหนบ้างที่ทำให้รู้สึกว่าการดำเนินงานของสองประเทศนี้ไม่เหมือนกัน

ความแตกต่างระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจอเมริกา

 

  1. สหรัฐฯ จะไม่มีกรมตำรวจ ไม่มีแม้กระทั่งทบวง กระทรวง หรืออื่นใดเหมือนกับประเทศอื่นๆ เขา ต่างกับประเทศไทยที่จะมีสายบังคับบัญชามากมายทำให้เรื่องหรือคดีบางอย่างต้องผ่านหลายขั้นตอน
  2. สหรัฐฯ ไม่มีโรงเรียนนายร้อยตำรวจเหมือนบ้านเรา แต่ละเมืองจะมีการคัดสรรคนเข้ามารับหน้าที่ตำรวจเอง ซึ่งวิธีการก็จะต่างกัน เมื่อคัดเลือกเรียบร้อยก็ส่งไปเรียนที่โรงเรียนตำรวจ 26 สัปดาห์ ถือว่าจบหลักสูตรสามารถปฏิบัติงานได้
  3. สหรัฐฯ ไม่มีอธิบดีกรมตำรวจ คำว่า Police Chief ของสหรัฐฯ หมายถึง หัวหน้าตำรวจในแต่ละเมือง แต่จะอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีอีกขั้นหนึ่ง ทำให้ตำรวจต้องคอยรายงานนายกเล็กนี้ตลอดเวลา
  4. สหรัฐฯ ตำรวจจะไม่มียศชั้นนายพัน สูงสุดคือนายร้อย สูงกว่านั้นเรียกนาย หากว่าเริ่มต้นการเป็นตำรวจที่ไหนก็ต้องอยู่ที่นั่นตลอด ต้องสร้างประวัติดีด้วยตนเอง ไม่เหมือนบ้านเราที่ย้ายจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งได้ง่ายๆ หากว่ามีการติดประวัติไม่ดีในท้องที่แรกก็สามารถย้ายไปเจริญอำนาจในท้องที่ใหม่สบายๆ
  5. ตำรวจของสหรัฐฯ จะไม่มีการโยกย้ายเมืองเหมือนกับบ้านเราเพื่อบางคนต้องการอยู่ในพื้นที่ที่ดี ปลอดภัย ซึ่งนั่นยังส่งผลให้บ่อยครั้งที่เรามักเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ดีจากการโยกย้ายนายตำรวจไปสถานที่ต่างๆ แต่แม้คนไทยจะเข้าใจกันดีแต่มันกลายเป็นเรื่องที่สังคมไทยชาชินไปเสียแล้ว
  6. สหรัฐฯ หากคุณเป็นตำรวจเมืองไหนก็จะใช้เงินภาษีของประชาชนที่อาศัยในเมืองนั้นไปจ่ายเป็นเงินเดือน ทำให้ตำรวจที่ประจำเมืองนั้นรู้สึกว่าพวกเขาต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ มีความรับผิดชอบต่อผู้คนในเมือง ส่วนประเทศไทยเงินเดือนของตำรวจมาจากงบกลาง คนไทยทั่วไปก็รู้สึกเฉยๆ กับตำรวจไม่ได้คิดว่าต้องมาดูแลอะไรมากหากไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตำรวจ

นี่คือความแตกต่างด้านการทำงาน ระบบองค์กรของตำรวจสหรัฐฯ กับตำรวจไทย ซึ่งก็ลองไปทำความเข้าใจกันเอาเองว่าจริงๆ แล้วระบบการทำงานแบบไหนดีกว่ากันหรือเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละประเทศหรือไม่ แต่ที่เรารู้ก็คือตำรวจมีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อประชาชน